การทำปฏิทิน ทางการตลาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สิ่งที่จะต้องทำก่อนเริ่ม ปฏิบัติการทำตามแผนก็คือ การทำปฏิทินทางการตลาด ในแต่ละสัปดาห์ ในแต่ละเดือน มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

 เพราะว่า ในภาวะปัจจุบันมีปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในที่อาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก

 

สิ่งที่จะทำให้ตั้งหลักได้ เมื่อมีปัจจัยต่างๆมากระทบก็คือ ปฏิทิน ทางการตลาด เราย้อนกลับไปในวันที่เราตั้งเป้าหมาย 

หาเหตุผล วางแผน 

เพื่อปรับกลยุทธ์ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายใหม่อีกครั้ง

 

 

เช่น สถานการณ์ทางธุรกิจของ อิชิตัน ตั้งแต่ปี 2558 – ไตรมาสแรกของปี 2560 มีรายได้และผลกำไรสุทธิลดลงมาโดยตลอดอย่างในปี 2558

 

ทำเอา ตันภาสกรนที แม่ทัพใหญ่แห่งบมจ.อิชิตันกรุ๊ปบอกว่า เป็นไตรมาสแย่ที่สุดของอิชิตัน! ส่วนไตรมาส 2 ดีขึ้นกว่าเดิม

 

ล้วงมูลเหตุฉุดผลประกอบการลดลง

โดยปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และผลกำไรของ อิชิตันกรุ๊ป ไตรมาสแรกของปี 2560 เป็นเช่นนั้นมาจาก


   

ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol Beverages) ในไทยเกือบทุก Category เติบโตลดลงยกเว้นตลาดน้ำดื่ม

โดยเฉพาะตลาดชาพร้อมดื่มมูลค่าตลาด 14,000 – 15,000 ล้านบาทอยู่ในสถานการณ์ติดลบ 12%

 


แคมเปญ Summer Promotion ของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดชาเขียวพร้อมดื่มทั้ง 2 ราย

ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทำการตลาดแคมเปญใหญ่แห่งปีกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

 


การแข่งขันด้านราคาและ Pack Size หรือขนาดบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายมากเกินไปโดยเฉพาะการออกบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก

โดยที่ผ่านมาอิชิตันเปิดตัวขนาด 290 มล. ราคา 10 บาทหวังเป็นทางเลือกและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นแต่กลับกลายเป็นว่าไปแย่งตลาดบรรจุภัณฑ์ 420 มล.

ซึ่งเป็น Pack Size หลักที่ทำยอดขายให้กับอิชิตันอีกทั้งความหลากหลายของ Pack Size ที่มากเกินไปแทนที่จะช่วยสร้างยอดขายกลับเป็นต้นทุนที่อิชิตันต้องแบกรับ

 


สภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการทำตลาดเครื่องดื่มที่เป็น Refreshing เนื่องจากปีนี้เข้าสู่ฤดูฝนค่อนข้างเร็วกว่าปีก่อนๆ

 

เจาะลึกกลยุทธ์ผ่าทางตัน 

เมื่อเป็นเช่นนี้ ตัน จึงต้องเร่งฟื้นผลประกอบการธุรกิจให้อยู่ในทิศทางบวกอีกครั้งด้วยการงัด 3 กลยุทธ์สำคัญ

 


  เลิกผลิตขนาดบรรจุภัณฑ์ 290 มล.


ให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศโดยมุ่งไปกลุ่มประเทศ CLMV และอินโดนีเซีย


 พัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดทั้งเปิดตัวด้วย Category ใหม่และขยายไลน์จากกลุ่มสินค้าเดิมเพื่อสร้างสมดุลให้กับ

Product Portfolio ให้มีความหลากหลายไม่พึ่งพิงอยู่กับสินค้าใดสินค้าหนึ่งมากเกินไปโดยตั้งเป้าหมายว่าในแต่ละปีจะมีสินค้าใหม่ไม่น้อยกว่า 2 – 3 ตัว

 

โดยใช้กลยุทธดังนี้

 

 กลยุทธ์สื่อสารการตลาดแบบจัดเต็ม 

ทั้งบรรจุภัณฑ์และการสื่อสารจะทำให้ภาพลักษณ์สามารถเข้าถึงกลุ่ม White Collar 

เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในไทยแตกต่างจากตลาดต่างประเทศเช่นแถบยุโรป, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวันตรงที่เครื่องดื่มชูกำลังในไทย

ผู้ดื่มส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานขณะที่ต่างประเทศมีทั้งกลุ่มคนทำงานออฟฟิศและคนทำงานแรงงาน


กลยุทธ์กระจายสินค้าเชิงรุก 

โดยในปีแรกของการทำตลาดเน้นช่องทาง Modern Trade 75% และร้านค้าปลีกดั้งเดิม 35% ส่วนปีถัดไปต้องใช้หลักการ

Penetrate สินค้าเข้าสู่ตลาดให้ครอบคลุมมากที่สุดจึงเน้นกระจายเข้าร้านค้าปลีกดั้งเดิมเพิ่มขึ้น

โดยปรับสัดส่วนช่องทางขายนี้เป็น 75% ซึ่งเป็นไปตามภาพรวมตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่ร้านค้าปลีกรายย่อยเป็นช่องทางหลัก

 

กลยุทธ์พรีเซนเตอร์

 มีเจ-เจตรินวรรธนะสินสื่อสารสูตรผสมโสมและน้ำผึ้ง (สีแดง) และสน-ยุกต์ส่งไพศาลสื่อสารสูตรคอลลาเจนและซิงค์ (สีน้ำเงิน)

 

กลยุทธ์ปลุกกระแสออนไลน์ 

จะมีแคมเปญสำหรับช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะออกมา

 

 

โดยเป้าหมายยอดขายภายในปีแรกของการทำตลาด T247 ตั้งเป้าไว้ที่ 700 ล้านบาท

ให้กับบริษัทและมีส่วนแบ่งตลาด 2% ของตลาดรวมจากนั้นในปี

ต่อไปต้องการมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 5% และภายใน 5 ปีต้องการได้ 10%”

 

โดยจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่ยอดของบริษัท อิชิตัน ยอดค่อยๆตกลงมา 

ทางบริษัทจึงได้ มีปฏิทิน วิเคราะห์หาสาเหตุ ประชุมกันในทุกๆอาทิตย์ เพื่อหาสาเหตุ

 

หลังจากทราบสาเหตุจากการวิเคราะห์แล้ว จึงได้ ทำกลยุทธเพื่อที่จะฝ่าปัญหา ต่างๆ 

ไม่ว่าจะเป็นจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก เพื่อที่จะกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย

 

สรุปได้ดังนี้ 

 

เมื่อมีปัญหาต่างๆเข้ามา

 1 กลับไปสู่เป้าหมาย ใน Action Plan ที่เคยตั้งไว้

2 ประชุมหาสาเหตุ ว่าเกิดจากอะไรเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหา

3 หากลยุทธที่จะทำให้ได้เป็นไปตามเป้าหมาย

4 กำหนดปฏิทินกลยุทธทางการตลาดเพื่อนำไปสู่เป้าหมายาเดิม หรือเป้าหมายใหม่ที่ตั้งขึ้น



Visitors: 62,930